ฟังรายการ

ข่าววันใหม่ (รับสัญญาณเสียงจากช่อง 3)

01:00-02:20

Lightning Talk (บันทึกสัญญาณเสียงจาก ช่อง 13)

02:20-03:00

รีรัน"SMART SMEs" โดย สมาพร รังษีกุลพิพัฒน์

03:00-03:30

ครอบครัวข่าวเช้า

03:30-05:30

รายการของกองทัพเรือ

05:30-07:00

รายการนาวีสัมพันธ์

07:00-08:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

08:00-08:05

สารคดีเทิดพระเกียรติ, "คุยข่าวเช้า"

08:05-09:00

"คุยข่าวเช้า"

09:05-09:25

106 Active

09:25-09:30

Smart SME's

09:30-10:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

10:00-10:05

จอโลกเศรษฐกิจ, TopNEWS, จอโลกเศรษฐกิจ

10:05-11:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

11:00-11:05

รายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง (บันทึกสัญญาณเสียงจากช่อง 33)

11:05-11:30

รายการร่วม เครือนาวี

11:30-12:30

เที่ยงวันทันเหตุการณ์(บันทึกสัญญาณเสียงจากช่อง 33)

12:30-13:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

13:00-13:05

เที่ยงวันทันเหตุการณ์, TopNEWS, เที่ยงวันทันเหตุการณ์

13:05-14:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

14:00-14:05

มองโลกมองเรา (รับสัญญาณเสียงจาก ช่อง 28)

14:05-14:30

Smart SME (Rerun)

14:30-15:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

15:00-15:05

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

15:00-15:05

ตู้ ป.ณ. ข่าว3

15:05-15:45

เรื่องเด่นเย็นนี้ (บันทึกสัญญาณเสียงจากช่อง 33)

15:45-16:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

16:00-16:05

เรื่องเด่นเย็นนี้ (บันทึกสัญญาณเสียงจากช่อง 33)

16:05-17:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

17:00-17:05

เด่น-เจาะ-ลึก ,TopNEWS Thailand

17:05-18:00

เคารพธงชาติ ,รายการเดินหน้าประเทศไทย

18:00-18:20

ครอบครัวข่าว

18:20-19:00

ข่าวจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

19:00-19:30

Money 360 (รับสัญญาณเสียงจากช่อง Money Chanal)

19:30-20:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

20:00-20:05

เจาะกีฬากับบิ๊กจ๊ะ

20:05-20:30

IT 24 ชม.

20:30-20:50

E-Sport what's Game

20:50-21:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

21:00-21:05

NowFC To Nice

21:05-22:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

22:00-22:05

NowFC To Nice2

22:05-22:45

ข่าวสามมิติ

22:45-23:30

"Fresh & Fun"

23:30-01:00

ข่าวประชาสัมพันธ์

หยุดฆ่าทำลายหนึ่งชีวิต หนึ่งลมหาย ก่อนที่สัตว์ป่าจะสูญพันธุ์ . . .

หยุดฆ่าทำลายหนึ่งชีวิต หนึ่งลมหาย ก่อนที่สัตว์ป่าจะสูญพันธุ์ . . .                                                                       สัตว์ป่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่ในป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์แต่ปัจจุบันการทำลายป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยึดถือครอบครองและเปลี่ยนสภาพพื้นที่ป่าไม้เป็นพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย เพื่อการเกษตรกรรม  อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรมและ รีสอร์ท การล่าสัตว์ป่า หรือแม้แต่การลักลอบตัดไม้และหาของป่า เป็นเหตุให้แหล่งพักพิงและอาหารของสัตว์ป่าลดน้อยลง สถานการณ์เหล่านี้นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเป็นเหตุให้สัตว์ป่าหลายชนิดมีแนวโน้มถูกคุกคามและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากยิ่งขึ้น สัตว์ป่ามากมายหลายชนิดในผืนป่าลดจำนวนลงและหมดไปจากพื้นที่ป่าในเวลาไม่นาน                    เนื่องจากปัจจุบันปัญหาคุกคามสัตว์ป่าได้พัฒนารูปแบบเป็นขบวนการค้าสัตว์ป่าทั้งในรูปสัตว์ป่ามีชีวิตและซากสัตว์ เพื่อใช้เป็นอาหาร ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ นำไปเป็นเครื่องประดับเพื่อเสริมบารมี และไว้เลี้ยงดูเล่น จึงพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่าทั้ง เสือ กระทิง การฆ่าช้างเอางา การล่าสัตว์สงวนและสัตว์คุ้มครองอื่นๆ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก  โดยเฉพาะในประเทศไทยเราจะพบเห็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากสัตว์อยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณตลาดนัดหรือศูนย์การค้า                ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าผู้กระทำผิดอาจจะได้รับโทษตามกฎหมาย จึงมีข่าวการจับกุมผู้กระทำความผิดให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ อยู่เสมอๆ ซึ่งคนเหล่านั้นมีทั้งพวกตั้งใจกระทำผิด โดยเป็นผู้ฆ่า ผู้ล่า และพวกที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ซึ่งมักจะเป็นผู้ซื้อ                            กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เล็งเห็นปัญหาสัตว์ป่าหายาก สัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าสงวนที่กำลังลดน้อยลง บางชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์และบางชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว โดยการปลุกจิตสำนึกคนไทยให้เกิดความตระหนักต่อสถานการณ์คุกคามสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น หลังพบว่าสัตว์ป่าในประเทศไทยหลายชนิด ทั้ง สัตว์สงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง และสัตว์ป่าอื่นๆ ตกอยู่ในสภาวะถูกล่าเอาชีวิตอย่างรุนแรง เน้นการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและความสำนึกรับผิดชอบ ที่ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกคนในสังคม ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะการบุกรุกถิ่นที่อยู่และการลักลอบจับสัตว์ เพื่อนำมาขายส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์ป่าเสี่ยงสูญพันธุ์  และร่วมกันปกป้องรักษาสัตว์ป่าของประเทศเอาไว้ ด้วยการหยุดวงจรการลักลอบล่าและฆ่าเพื่อขายในตลาดมืด                                                                 "หยุดซื้อ หยุดขาย หยุดฆ่า แก้ปัญหาสัตว์ป่าสูญพันธุ์"                                                     

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ การแก้ไขปัญหาขยะทะเล ตอนที่ ๑

“ทะเล” ขุมทรัพย์อันล้ำค่าที่สามารถให้ประโยชน์ได้นานัปการนับตั้งแต่ชายหาดยันพื้นท้องทะเล แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกขนาดใหญ่ หรือซากสิ่งของต่างๆ อันเป็นสาเหตุทำให้สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทำลายแนวปะการังและทำให้พื้นท้องทะเลเสื่อมโทรม ทำลายทัศนียภาพของชายหาด ส่งผลต่อการประมง และการท่องเที่ยวของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังมีขยะทะเลที่ถูกย่อยสลายจนมีขลาดเล็ก มองแทบไม่เห็น เรียกว่า “ไมโคร พลาสติก” เมื่อผ่านเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อาหารในทะเล อาจส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ใน ระยะยาวได้ ขยะทะเล เป็นประเด็นสำคัญระดับโลก อีกทั้งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย – แปซิกฟิก โดยองค์การสหประชาชาติกำลังให้ความสำคัญ เพราะได้กำหนดให้การจัดการทรัพยากรทางทะเลเป็น 1 ใน 17 เป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ประเทศในอาเซียนเองต่างก็กำลังประสบปัญหาและเผชิญกับความท้าทายนี้ สำหรับประเทศไทย ขยะทะเลร้อยละ 80 มาจากบนบก ส่วนขยะจากกิจกรรมทางทะเล มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ดังนั้น การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยล่าสุดผู้อำนวยการบริหารขององค์การสหประชาชาติสิ่งแวดล้อม ได้ให้การชื่นชมรัฐบาลไทยที่มีการดำเนินการอย่างจริงจังในการจัดการปัญหา อาทิ การดำเนินการกำหนดให้เขตอุทยานทางทะเลทุกแห่งปลอดจากถุงพลาสติก, การเริ่มโครงการนำร่องกับหน่วยงานใน 15 จังหวัดชายฝั่งทะเล กำหนดพื้นที่ชายหาด 24 แห่ง ให้เป็นชายหาดปลอดจากการสูบบุหรี่และทิ้งก้นบุหรี่และขยะอื่นๆ, การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับอาเซียน เรื่อง การลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ ASEAN Conference on Reducing Marine Debris in ASEAN Region ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยในที่ประชุมดังกล่าว ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมกันกำหนดแนวทางในการจัดการปัญหาขยะทะเลในระดับโลกและระดับภูมิภาคเป็นต้น โอกาสนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดปริมาณขยะ รักษาไว้ซึ่งมรดกอันล้ำค่ำ เสน่ห์ ของทะเลไทย  

Cap Seal มีประโยชน์จริงหรือ?

    จากสถานการณ์ปัญหาขยะมูลฝอย และปริมาณขยะพลาสติกจากขวดน้ำดื่ม ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา มีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 12 % ของประมาณปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน มีการนำขยะพลาสติกกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณปีละ 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน บางส่วนจะถูกนำไปกำจัดและบางส่วนตกค้างในสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยมีการผลิตขวดพลาสติกน้ำดื่มประมาณ 4,400 ล้านขวดต่อปี โดยมีสัดส่วนการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (Plastic Bottle cap seal) ร้อยละ 60 หรือประมาณ 2,600 ล้านขวด ก่อให้เกิดขยะพลาสติก 2,600 ล้านชิ้นต่อปี (ประมาณ 60%) หรือคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 520 ตันต่อปี ความยาว 260,000 กิโลเมตร คิดเป็นความยาวรอบโลก 6.5 รอบ       มาตรฐานเรื่องความปลอดภัยสำหรับเครื่องดื่ม น้ำดื่มที่สะอาดต้องเป็นน้ำที่ผ่านมาตรฐาน และมีเครื่องหมาย อย. รับรอง มิใช่การห่อหุ้มด้วยพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (Plastic Bottle Cap Seal) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดมาตรฐานน้ำดื่มในภาชนะที่ปิดสนิทว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ผู้ผลิตต้องขออนุญาตผลิต และต้องขึ้นทะเบียนตำรับอาหารและขออนุญาตใช้ฉลากให้ถูกต้อง พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (Plastic Bottle Cap Seal) ถือว่าเป็นวัสดุเกิน ที่ไม่ได้กำหนดไว้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ. 2524) เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท โดยระบุว่า ภาชนะบรรจุน้ำดื่มบริโภค ต้องเป็นภาชนะบรรจุที่มีฝาหรือจุกปิด เมื่อใช้บรรจุจะต้องปิดผนึกหรือผนึกโดยรอบระหว่างฝากับขวดหรือภาชนะบรรจุ ทั้งนี้ต้องมีวงแหวนเล็ก ๆ ด้านล่างฝาติดอยู่กับฝาขวดหากยังไม่เปิดขวด วงแหวนนั้นจะไม่ขาดจากกัน ผู้บริโภคสามารถสังเกตรอยเชื่อมต่อกันเป็นช่วง ๆ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าขวดไม่มีการเปิดก่อนถึงมือผู้บริโภค   จากประกาศฉบับนี้ น้ำดื่มบรรจุขวดจึงไม่จำเป็น ต้องมีการใช้พลาสติกฟิล์มหุ้มฝาขวดน้ำดื่มแต่อย่างใด     ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (Plastic Bottle Cap Seal) เป็นฟิล์มหดตัวที่สามารถสวมแล้วรัดที่ฝาขวดน้ำดื่ม และมีลูกศรให้เห็นแถบรอยปรุไข่ปลา เพื่อฉีกออกง่าย เป็นขยะที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา จัดเก็บได้ยาก พัดปลิวกระจัดกระจายตามพื้นดิน ทั้งในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไหลลงสู่คลองและทะเล เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัตว์ป่าหรือสัตว์ทะเลตายเมื่อกลืนกินพลาสติกเหล่านี้                 Plastic Bottle Cap Seal ทำมาจากพลาสติก PVC (polyvinyl chloride) ย่อยสลายได้ยากตามธรรมชาติ สิ้นเปลืองพื้นที่ หากนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบ และหากขยะเกิดการเผาไหม้ ก็จะทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

ขยะอันตรายคืออะไร ? ทำไมต้องแยกทิ้ง

ขยะอันตรายคืออะไร ? ทำไมต้องแยกทิ้ง ? ของเสียอันตรายจากชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า ของเสียอันตราย มาจากแหล่งชุมชน เป็นของเสียอันตรายที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ตามประกาศประทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖ เนื่องจากชิ้นส่วนต่างๆ ของซากผลิตภัณฑ์ฯ มีโลหะหนักเป็นองค์ประกอบ อาทิ ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท เป็นต้น ซึ่งหากได้รับการจัดการอย่างไม่ถูกวิธีและเกิดการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม อาจส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และพบว่าในประเทศไทยของเสียอันตรายส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงได้บูรณาการทำงานร่วมกันในการผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการจัดการของเสียอันตรายตามแนวทาง Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบ ในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ เพื่อให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาการจัดการของเสียอันตรายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ กลุ่มอาคารสูง บ้านจัดสรร เป็นต้น ในการรวบรวมของเสียอันตรายชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการนำไปบำบัดและกำจัดอย่างถูกหลักวิชาการต่อไป โดยได้จัดทำโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้แนวทาง “ประชารัฐร่วมใจแยกทิ้งขยะอันตราย” หน่วยงานความร่วมมือ ๑) สถานประกอบการ เพื่อเป็นสถานที่สำหรับวางจุดรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน            ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท อาทิ ห้างสรรพสินค้า, ปั้มน้ำมัน, ศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ร้านสะดวกซื้อ, กลุ่มอาคารสูงหรือบ้านจัดสรร           ๒) กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการเก็บรวบรวมซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากหน่วยงานความร่วมมือ ๓) บริษัทผู้ให้บริการบำบัดและกำจัดของเสีย เพื่อสนับสนุนการรีไซเคิล บำบัด และกำจัดซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  ๔) บริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรหรือบริษัท เพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการฯ ให้พนักงาน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป นำของเสียอันตรายจากชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้ง ณ จุดรวบรวมหรือให้การสนับสนุนด้านอื่น ๆ รูปแบบการแยกทิ้ง เก็บรวบรวมและกำจัดของเสียอันตรายจากชุมชน ประเภทของเสียอันตรายและผลกระทบ ฉะนั้นเรามาช่วยกันหยุดอันตรายที่เกิดขึ้นกับทุก ๆ คน สิ่งแวดล้อม และโลกของเราโดยการแยกทิ้งขยะอันตราย ไม่ทิ้งรวมกับขยะทั่วไป เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป ทั้งนี้ สามารถนำขยะอันตรายหรือของเสียอันตรายไปทิ้งได้ ณ จุด Drop off ที่กำหนด และจุด Drop off ที่มีสัญลักษณ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักจัดการกากของเสียและอันตราย กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   โทร. 0 2298 2413-20

รัฐบาล...สร้างโครงการระบบกระจายน้ำ เน้นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

รัฐบาลสร้างโครงการระบบกระจายน้ำ เน้นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร   ปัจจุบัน รัฐบาลนำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเรื่องน้ำ         “เพราะน้ำคือชีวิต”เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการ คำนึงถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำ      ต้องมีระบบกระจายน้ำเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน มีน้ำมั่นคงในภาคการผลิต โดยทุกส่วนราชการต้องปรับการบริหารงบประมาณ เพื่อให้มีระบบกระจายน้ำในทุกๆ แหล่งน้ำ ให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างสมดุล ดังนั้น รัฐบาลจึงมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นภาพรวม ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค          น้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงคุณภาพน้ำ                                                               กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมสนองนโยบายดังกล่าว โดยที่กรมทรัพยากรน้ำ มีแผนในการดำเนินโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำ จำนวน 124 โครงการ ซึ่งจะดำเนินการในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 – มกราคม 2561 จำนวน 23 โครงการ ประกอบด้วยพื้นที่จังหวัดนครพนม บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี จันทบุรี ตราด หนองบัวลำภู ราชบุรี และเพชรบุรี  - ประชาชนได้รับประโยชน์ 254 ครัวเรือน  - สามารถเก็บกักน้ำ 1.14 ล้าน ลูกบาศก์เมตร  - พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 761 ไร่ และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไปจะมีการดำเนินการอีกจำนวน 101 โครงการ ประกอบด้วย อาทิเช่น จังหวัด อุทัยธานี เพชรบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา และประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ ประชาชนได้รับประโยชน์ 1,609 ครัวเรือน สามารถเก็บกักน้ำ 7.24 ล้าน ลูกบาศก์เมตร พื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์ 4,828 ไร่     สำหรับโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำหมู่บ้านพร้อมระบบกระจายน้ำ เพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภค จำนวน 9 โครงการ ปัจจุบันแล้วเสร็จ 7 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 2 โครงการ โดยพื้นที่ดำเนินโครงการประกอบด้วยจังหวัดลำปาง เพชรบูรณ์ อุดรธานี ชัยภูมิ สุรินทร์ จันทบุรี กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช พิษณุโลก และชุมพร ประชาชนได้รับประโยชน์จำนวน 548 ครัวเรือน สามารถกักเก็บน้ำ 2.47 ล้าน ลูกบาศก์เมตร พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 1,645 ไร่ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้สนับสนุนน้ำยางพาราข้น จำนวน 161.45 ตัน       การที่รัฐบาลเน้นส่งเสริมพัฒนาระบบกระจายน้ำทำให้ประชาชนไม่ต้องขนส่งน้ำจากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างไกล เป็นการลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาลด้วยและยังส่งผลให้ทุกคนมีน้ำสำหรับทำการเกษตรใช้น้ำน้อย ดังนั้นทุกคนจึงควรให้ความสำคัญกับน้ำ ร่วมกันตระหนักและมองว่าน้ำมีคุณค่า ควรใช้น้ำอย่างประหยัดต่อไป นอกจากนี้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารหรือสอบถามข้อมูลผ่านทางสายด่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ที่ Green call โทร 1310 กด 5