ฟังรายการ

ข่าววันใหม่ (รับสัญญาณเสียงจากช่อง 3)

01:00-01:30

Music GURU (รีรัน)

01:30-03:30

F3 Radio (รีรัน)

03:30-04:00

เช้าวันใหม่

04:00-04:30

ชีวิตไม่สิ้นหวัง, ธรรมในใจ, โลกยามเช้า

04:30-05:30

รายการของกองทัพเรือ

05:30-07:00

รายการนาวีสัมพันธ์

07:00-08:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

08:00-08:05

คืนความสุขในคนในชาติ

08:05-09:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

09:00-09:05

รายการยิ้มแย้ม แก้มใส

09:05-10:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

10:00-10:05

ชีวิตต้องมนต์, เรื่องเล่าฯ เสาร์-อาทิตย์

10:05-11:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

11:00-11:05

เรื่องเล่าฯ เสาร์-อาทิตย์

11:05-12:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

12:00-12:05

รายการร่วมเครือนาวี

12:05-13:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

13:00-13:05

รายการสแกนหุ้น

13:05-14:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

14:00-14:05

Music GURU

14:05-15:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

15:00-15:05

Music GURU

15:05-16:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

16:00-16:05

Music GURU

16:05-17:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

17:00-17:05

Biz Talk

17:05-17:30

Biggs Story:แอนดรูว์ บิ๊กส์

17:30-18:00

เคารพธงชาติ ,รายการเดินหน้าประเทศไทย

18:00-18:20

กินเที่ยว Around the world

18:20-19:00

ข่าวจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

19:00-19:30

106 Indy

19:30-20:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

20:00-20:05

106 Indy

20:05-20:30

คุยเรื่องรถ

20:30-21:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

21:00-21:05

คุยเรื่องรถ

21:05-22:00

ข่าวต้นชั่วโมง จากทีมข่าวกองทัพเรือ 5 นาที

22:00-22:05

คุยเรื่องรถ

22:05-22:45

ข่าวสามมิติ

22:45-23:30

เมล็ดพันธุ์เพลง

23:30-01:00

การบินกับการดับไฟป่า ภารกิจ “เล่นกับไฟป่า”..

การบินกับการดับไฟป่า ภารกิจ “เล่นกับไฟป่า”..

   “ไฟป่า”เป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่สร้างความสูญเสียให้กับทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ป่าไม้พรรณพืช และสัตว์ป่า หากรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ก็อาจจะสร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน สาเหตุของ   ไฟป่าอาจเกิดจากธรรมชาติที่แห้งแล้งมาก จนเกิดไฟป่าขึ้นเอง หรือจากฝีมือมนุษย์ เช่น การเก็บหาของป่า การเผาไร่ การแกล้งจุดไฟ ความประมาท การล่าสัตว์ การเลี้ยงปศุสัตว์ และความคึกคะนองไฟป่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจากกรณีใดก็ตามการดับไฟป่านั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะในพื้นที่ป่าจะมีแหล่งเชื้อเพลิง เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ที่แห้ง ซึ่งถือว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟลุกลามได้อย่างรวดเร็วและกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างยากแก่การควบคุมอีกทั้งความร้อนของไฟทำให้การทำงานของเจ้าพนักงานหรือชาวบ้านเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในปัจจุบันไฟป่ามีแนวโน้มเกิดขึ้นได้ง่ายและทวีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากสภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้เกิดการ ลุกไหม้ในพื้นที่ป่าได้ง่าย โดยผลกระทบจากการเกิดไฟป่าก่อให้เกิดความเสียหายจากการเผาไหม้แล้ว หมอกควันและฝุ่นละอองยังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนอีกด้วย

 

   การดับไฟป่าจึงเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายไม่มีกฎเกณฑ์การปฏิบัติที่ตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของ

สถานการณ์ ดังนั้นงานดับไฟป่าจึงอาจถือได้ว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง พนักงานดับไฟป่าต้องมีความรู้ในเรื่องของพฤติกรรมของไฟป่าเป็นอย่างดี ตลอดจนชำนาญในวิธีการและกลยุทธ์ต่างๆในการดับไฟ จึงจะสามารถปฏิบัติงานที่ยากลำบากนี้ได้สำเร็จและปลอดภัย ดังนั้นสุภาษิตโบราณที่กล่าวไว้ว่า“อย่าเล่นกับไฟ”หรือ“น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ” อาจจะ

ใช้ไม่ได้กับพนักงานดับไฟป่าเพราะการเล่นกับไฟเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรง ยิ่งไปกว่านั้นยังจำเป็นต้องใช้น้ำน้อยสู้กับไฟอีกด้วย

        การจัดองค์กรดับไฟป่า ถือเป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นในการปฏิบัติงานดับไฟป่า เพราะถึงแม้จะมีกำลังคนและอุปกรณ์เครื่องมือมากมายก็ตาม แต่ถ้าในขณะปฏิบัติงานดับไฟป่า ซึ่งเป็นภาวะที่วุ่นวายสับสน  

หากขาดการบังคับบัญชา การแบ่งงาน และการประสานงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว การปฏิบัติงานก็จะประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

   ในการดับไฟป่า “อากาศยาน” เป็นเครื่องมือที่ได้ผลดีที่สุดและรวดเร็วที่สุดในการดับไฟป่า  ทั้งนี้ รวมถึงการใช้เครื่องบินในการตรวจหาไฟ การส่งกำลังเข้าดับไฟได้ และการประสานงาน แต่การใช้เครื่องบินในการดับไฟ จะต้องคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียอยู่หลายประการโดยเฉพาะในแง่เศรษฐกิจ เพราะอาจเข้าสุภาษิตที่ว่า “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” แต่ถ้าจับตั๊กแตนได้วันละมากๆ มันก็คุ้มค่า ในขณะเดียวกัน หากสามารถนำเครื่องบินที่ใช้สำหรับสงคราม เช่น เครื่องบินกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ มาฝึกและใช้เป็น   ครั้งคราวในการดับไฟป่าที่รุนแรงก็จะเป็นการใช้อากาศยานที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

                           

   อากาศยานที่ใช้ในงานไฟป่า  อากาศยานที่ใช้ในงานไฟป่า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องบินปีกตรึง (Fixed wing) และ เครื่องบินปีกหมุน หรือ เฮลิคอปเตอร์ (Rotary wing) ซึ่งแต่ละประเภท            มีประโยชน์และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างออกไปตามลักษณะและสมรรถนะของอากาศยานประเภทนั้นๆ       โดยในประเทศไทยใช้อากาศยานในการดับไฟป่า ดังนี้

       1.เครื่องบินปีกตรึง มักใช้ในการขนส่งกำลังเข้าดับไฟ โดยเฉพาะเมื่อมีไฟป่า ขนาดใหญ่     การขนส่งอาหารและเครื่องดื่มรวมทั้งเครื่องมือที่ต้องการเพิ่มเติม เครื่องบินสามารถทำงานเร็วกว่ามาก           ในระหว่างการตรวจสอบไฟป่า วางแผนดับไฟป่า การทำแผนที่ภาพถ่าย และเก็บข้อมูลอื่นๆ สามารถใช้เครื่องบินปีกได้รวดเร็วเช่นกัน ทำให้สามารถจัดเครื่องมือดับไฟป่าได้ตามความจำเป็น เครื่องบินปีกตรึงยังอาจใช้สังเกตเมฆฝนและฟ้าผ่าได้อย่างชัดเจนอีกด้วย และโดยเฉพาะเครื่องบินปีกยังช่วยทำนาย การเปลี่ยนทิศทางของลมได้       อย่างถูกต้อง เครื่องบินปีกที่เหมาะสำหรับภารกิจในงานดับไฟป่า ต้องเป็นเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์แบบใบพัด เพราะเครื่องบินประเภทนี้จะสามารถบินได้ช้า ซึ่งทำให้การทิ้งสารหน่วงไฟมีความแม่นยำสูง ซึ่งต่างจากเครื่องบินสมัยใหม่ที่ใช้เครื่องไอพ่นจะมีความเร็วมากเกินไป จึงไม่เหมาะกับการทิ้งสารหน่วงไฟ ประโยชน์ของเครื่องบินปีกในภารกิจดับไฟป่า มีดังนี้

    1. ขนส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องมือดับไฟป่า รวมถึงสัมภาระต่างๆ เพื่อการเดินทางไกลของ

เจ้าหน้าที่

    1. ตรวจหาบริเวณที่เกิดไฟป่าซึ่งเป็นวิธี ที่ดี รวดเร็ว และแม่นยำที่สุด โดยเฉพาะสามารถบอก

รายละเอียดของที่ตั้งภูมิประเทศ ชนิดของเชื้อเพลิง ทิศทางของลม ความเร็วของลม สิ่งแวดล้อม ทางเข้าโจมตีและทางหนีทีไล่ต่างๆ ได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง การใช้เครื่องบินปีกขนาดเล็กลาดตระเวนตรวจหาไฟระยะไกล ต้องใช้เวลานานในการลาดตระเวนแต่ละเที่ยวบิน และค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าเฮลิคอปเตอร์ นอกจากนั้นยังสามารถติดตั้งเครื่องจับความร้อน (Infrared Sensor)  เพื่อการตรวจหาไฟในเวลากลางคืน ตรวจหาไฟในสถานภาพที่อากาศมีเมฆมากและตรวจหาไฟใต้ดินได้อีกด้วย

    1.  ส่งพลร่มดับไฟป่า และทิ้งสัมภาระลงใกล้บริเวณที่เกิดไฟป่า
    2.  ใช้ส่งเครื่องบินปีกขนาดเล็กมาดัดแปลงเพื่อใช้ในการจุดไฟชิงเผา จุดไฟ

เผาตามกำหนด (Prescribe Burning) และไฟเผากลับ  

    1.  ทิ้งน้ำและสารหน่วงไฟ เพื่อสนับสนุนการดับไฟป่าของกำลังภาคพื้นดินอย่างไรก็

ตามก็มีข้อจำกัดอยู่หลายประการในการใช้เครื่องบินดับไฟป่า เนื่องจากเครื่องบินมิอาจทำงานได้ในเวลากลางคืน หรือเวลากลางวันที่มีเมฆหมอกมาก การบินในระดับสูงส่งผลให้น้ำที่ทิ้งมีลักษณะเป็นละอองไม่สามารถควบคุม   ไฟได้ ใช้ระยะเวลาในการเติมน้ำเป็นระยะเวลานาน ต้องขึ้นลงในสนามบินเท่านั้น ในภูมิประเทศที่มีภูเขาสลับซับซ้อนหรือลมจัดจนเครื่องบินไม่อาจบินต่ำได้ ก็หมดโอกาสใช้เครื่องบินดับไฟ หรือหากไฟไหม้รุนแรงเคลื่อนที่เร็วมาก การใช้เครื่องบินดับก็ยากที่จะทิ้งน้ำให้ได้ผล

                        อย่างไรก็ตามจุดอ่อนของเครื่องบินปีกตรึง กล่าวคือต้องใช้สนามบิน เพื่อใช้เป็นที่วิ่งขึ้นและ    ลงจอด เป็นสถานที่ขนถ่ายสัมภาระ และในกรณีเติมน้ำและสารหน่วงไฟในการทิ้งดับไฟป่า

                        

  1. เฮลิคอปเตอร์  เฮลิคอปเตอร์สามารถใช้งานได้หลากหลาย เนื่องจากมี

ความคล่องตัวสูง และไม่ต้องใช้สนามบินในการขึ้นลง ประโยชน์ของเฮลิคอปเตอร์ในภารกิจดับไฟป่า มีดังนี้

    1.  เป็นกองบัญชาการลอยฟ้า ผู้รับผิดชอบการดับไฟป่าสามารถเห็นสถานการณ์ในภาพรวม

และติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิดทำให้สามารถวางแผน ปรับแผน บัญชาการดับไฟป่าไปตามสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังใช้เป็นแม่ข่ายสื่อสารเฉพาะกิจ เพื่อประสานงานดับไฟป่าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอยู่บนที่สูงไม่มีอุปสรรคที่จะบังคลื่นวิทยุ

    1.  ใช้ในการขนส่งเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและสัมภาระ เฮลิคอปเตอร์สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ที่

เกิดไฟไหม้ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถหาที่ลงจอดในพื้นที่ได้ง่าย หรือสามารถเตรียมการล่วงหน้าด้วยการทำลานจอดชั่วคราว (Helipad) กระจายอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาไฟป่า หรือในพื้นที่ที่เฮลิคอปเตอร์ลงจอดไม่ได้ แต่ก็สามารถส่งพนักงานดับไฟป่าลงสู่พื้นดินโดยการโรยตัวแนวดิ่ง และส่งสัมภาระลงโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ เช่น เครื่องกว้าน (Hoist) ช่วย อย่างไรก็ตามเฮลิคอปเตอร์ก็เหมาะสำหรับการขนส่งระยะสั้นๆ ซึ่งพนักงานดับไฟป่าจะต้องได้รับการฝึกอบรมในเรื่องความปลอดภัยในการขึ้น - ลงเฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์ดับไฟป่าที่จะขนส่ง            ในเฮลิคอปเตอร์ก็ต้องปรับปรุงให้เหมาะสม เช่น ด้ามเครื่องมือต้องสั้นกว่าปกติ

    1.  ใช้ในการส่งกำลังบำรุงและกู้ภัย ไม่ว่าจะเป็นการสับเปลี่ยนกำลังพล การรับผู้บาดเจ็บ การ

ส่งอุปกรณ์ดับไฟป่า การส่งอาหาร น้ำดื่ม เวชภัณฑ์ และสัมภาระอื่นๆ ทั้งนี้ เฮลิคอปเตอร์จะต้องติดอุปกรณ์ประกอบ คือ เครื่องกว้าน (Hoist)  เพื่อภารกิจดังกล่าว

    1.  การลาดตระเวนตรวจหาไฟ เหมาะกับการลาดตระเวนตรวจหาไฟในระยะใกล้ๆ ซึ่ง

ประสิทธิภาพในการตรวจหาไฟจะดีกว่าเครื่องบินปีก เพราะบินช้าและบินต่ำกว่า จึงสามารถตรวจหาไฟป่าได้ละเอียดทั่วถึงกว่า แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าใช้เครื่องบินปีกตรึงมาก

    1.  ใช้ในการจุดไฟชิงเผาหรือจุดไฟเผากลับ โดยการใช้คบจุดเทียนไฟที่ออกแบบเป็นพิเศษ

สำหรับห้อยจากท้องของเฮลิคอปเตอร์

    1. ใช้ทิ้งน้ำหรือสารหน่วงไฟ เฮลิคอปเตอร์สามรถทิ้งน้ำดับไฟได้แม่นยำกว่าเครื่องบินปีกมาก

                    

เพราะบินได้ช้าและบินได้ต่ำกว่า ซึ่งบางครั้งอาจใช้วิธีลอยนิ่งกลางอากาศ (Hovering) ในขณะทิ้งน้ำเพื่อเพิ่มความแม่นยำก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเฮลิคอปเตอร์จะบรรทุกน้ำได้น้อยกว่าเครื่องบินปีก

เฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานที่ใช้ในกิจกรรมไฟป่าได้ดีกว่าเครื่องบินปีกและต้องการที่ขึ้นลง

เพียงแคบๆ ส่งและรับเจ้าหน้าที่หลังเสร็จภารกิจได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว สามารถใช้ทิ้งน้ำหรือสารเคมีได้    ตรงจุดที่ต้องการได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการใช้งานในระยะสั้น ความคล่องตัวสูงกว่าเครื่องบินมาก สามารถบินได้ช้าและบินได้ต่ำกว่า ช่วยในการสำรวจรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เช่น รายละเอียดสภาพภูมิประเทศ ชนิดของเชื้อเพลิงและความรุนแรงของไฟป่า

อย่างไรก็ตามจุดอ่อนของเฮลิคอปเตอร์ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ หากมีลมจัดเกินไปก็จะทำให้

เกิดอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน และค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกันแล้ว การใช้เฮลิคอปเตอร์มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้เครื่องบินปีกเป็นอันมาก

 

วิธีการดับไฟป่า

  1. การตรวจหาไฟ การใช้อากาศยานในการตรวจหาไฟ ควรทำเมื่อดัชนีไฟขึ้นสูง

ไม่มีเมฆหมอก ต้องใช้เครื่องบินที่สามารถบินได้ต่ำกว่าระดับ 1,500 เมตรจากระดับยอดไม้ และสามารถมองสองข้างทางได้ไม่ต่ำกว่า 100 เมตร ถ้าหากหมอกที่คลุมพื้นดินหนามาก ภูเขาก็สลับซับซ้อนในแต่ละหุบเขาจะต้องกำหนดแนวบินให้ละเอียดลงไปอีก และเครื่องไม่ควรบินสูงกว่า 1,000 เมตร จากยอดไม้ หรือให้ดีควรอยู่ในระดับ 200 เมตร

  1. การสำรวจก่อนส่งคนเข้าดับไฟ ในระหว่างการตรวจหาไฟ จุดประสงค์

เพื่อให้พบจุดที่เกิดไฟ และสถานการณ์ไฟ เช่น ไฟขนาดเล็ก ปานกลาง หรือขนาดใหญ่ ซึ่งหากเมฆบังมากนักก็สามารถจะมองเห็นได้ชัด และชี้จุดให้หน่วยลาดตระเวนภาคพื้นดิน สามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องยิ่งขึ้น

  1. การสำรวจไฟในตอนกลางคืน การสำรวจขอบเขตของไฟในตอนกลางคืน

อาจทำได้โดยอาศัยที่สูง ซึ่งอาจมองเห็นไฟได้โดยรอบ ต้นไม้ที่ยังไหม้อยู่ จะช่วยให้มองเห็นขอบเขตของไฟให้ได้ชัดเจน ซึ่งเราจะเห็นความรุนแรงของไฟแต่ละจุดได้ชัดเจนกว่ากลางวัน

  1. การใช้แสงอินฟราเรดสำรวจไฟ ในกรณีที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า

ฟิล์มอินฟราเรดสามารถให้รายละเอียดขอบเขตของไฟได้ และสามารถลงแผนที่ได้แน่นอน การทำงานต้องการคนที่เข้าใจในวิชาถ่ายภาพและวิชาแผนที่ได้อย่างถูกต้อง และสามารถบินสำรวจในช่วงไหนก็ได้ เทคโนโลยีในด้านนี้กำลังก้าวหน้าไฟอีกมาก แต่ยังไม่ได้นำเข้ามาในประเทศไทย

  1. การสำรวจบริเวณไฟไหม้โดยวิธีถ่ายภาพ ภาพถ่ายทางอากาศ ไม่ว่าจะ

เป็นสเตอร์โดหรือโมเสดก็สามารถใช้ในการสำรวจ เพื่อวางขอบเขตของไฟได้อย่างชัดเจน และสามารถทำให้มองเห็นเส้นทางเดิน ถนน และแม่น้ำได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นภาพถ่ายทางอากาศยังใช้ช่วยในการตัดสินใจวางแนวกันไฟ ในการวางแผนปลูกสร้างสวนป่า วางแผนในการชิงเผา โดนเฉพาะภาพถ่ายทางอากาศจะช่วยในการคำนวณค่าเสียหายจากไฟไหม้ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

  1. การชิงเผา วิธีการชิงเผาโดยการปล่อยไฟลงมาเป็นระยะ เครื่องมือที่ใช้เป็น

การทำปฏิกิริยากันระหว่างสารเคมีสองชนิด คือ โปรแตสเซียมเปอร์แมงกาเนตและอิทเทอร์ลีนกลีคอล ซึ่งเป็นสารสองอย่างที่ผสมกันจะรุกไหม้ภาพใน 30 วินาที โดยใช้โปรแตสเซียมเปอร์แมงกาเนต และอิทเทอร์ลีนอย่างละถุงมาผสมในถุงใหญ่ใบเดียวกัน กะว่าเมื่อตกกระทบพื้นดินถุงจะแตกทำให้สารทั้งสองผสมกัน โดยทิ้งจากความสูง 50 – 250 เมตร เมื่อถุงตกกระทบพื้นประมาณ 2 – 3 วินาที ก็จะเกิดไฟไหม้ สมควรใช้ความเร็วในการบิน 100 นอต และปล่อยถุงเคมีทุกๆ 6 วินาที วิธีนี้ถ้าเกิดไฟไหม้บริเวณพื้นที่กว้างเครื่องบินปีกจะเหมาะกับภารกิจนี้มากกว่าเฮลิคอปเตอร์

  1. การเผากลับ การเผาโดยวิธีที่กล่าวมาแล้วนั้น อาจนำมาใช้ในการเผากลับได้อีกด้วย

โดยเฉพาะในกรณีที่ภาคพื้นดินได้เผากลับแล้ว แต่แนวไฟที่เผากลับไหม้ช้ามาก อาจจะใช้เครื่องบินปล่อยถุงไฟในระหว่างแนวกันไฟจริงกับแนวกันไฟเผากลับ เพื่อช่วยให้ไฟไหม้บริเวณที่ต้องการกำจัดเชื้อไฟได้เร็วขึ้น การเผากลับนี้ควรใช้เฮลิคอปเตอร์ จะดีกว่าใช้เครื่องบินปีก

  1. การใช้สารเคมีดับไฟ แม้ว่าน้ำจะเป็นตัวทำให้ไฟเย็นลงได้ดีที่สุด แต่เมื่อเทียบกับการใช้

สารเคมีแล้ว ผลที่ได้รับแตกต่างกันมาก มีการนำสารจำพวกวุ้นมาใช้ในการป้องกันการลุกไหม้ของไฟ ซึ่งสามารถ ลดการระเหยของน้ำเมื่อถึงเชื้อเพลิงแล้ว และเพื่อป้องกันมิให้ออกซิเจนเข้าไปช่วยในการลุกไหม้

                        9. การทิ้งน้ำดับไฟ ในปัจจุบันประเทศไทย ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการทิ้งน้ำดับไฟป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้น การดับไฟร่วมกันต้องอาศัยความชำนาญของนักบินในการทิ้งน้ำ การประเมินสถานการณ์ผู้บัญชาการดับไฟและพนักงานดับไฟ ก็จะสามารถควบคุมไฟที่รุนแรงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                   10.หน่วยอัคคีเวหา(SMOKE JUMPER) ในสหรัฐอเมริกาได้ใช้นักโดดร่มมาฝึกให้ดับไฟป่า

แล้วส่งลงไปในป่าซึ่งห่างไกลจากทางรถยนต์มาเป็นเวลานานแล้ว เรียกหน่วยนี้ว่า “สโมคจัมเปอร์” วิธีการนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีและคุ้มค่า จึงยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

           อากาศยาน เป็นเพียงเครื่องมือในการสนับสนุนการดับไฟป่าให้มีประสิทธิภาพและเกิดความรวดเร็วขึ้นเท่านั้น และผู้ที่ทำให้ไฟดับได้อย่างสิ้นเชิง ก็คือพนักงานดับไฟป่าภาคพื้นดินที่เข้าไปควบคุมพื้นที่ดับไฟที่เหลือและกวาดเก็บพื้นที่จนไฟดับสนิท แต่...ผู้ที่ป้องกันการเกิดไฟป่าและผู้ที่ปกป้องผืนป่าได้ดีที่สุดหาใช่พนักงานดับไฟป่าหรือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า หากแต่เป็นเราทุกคนนั่นเอง...

                       

 

ข้อมูลจาก : กองการบิน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ,ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้